| |
|
| ข้อมูลทั่วไป |
Untitled Document
Untitled Document
|
ตราประจำจังหวัด |
ตราผ้าพันคอลูกเสือ |
|
 |
ดอยสุเทพเป็นศรี ประเพณีเป็นสง่า บุปผชาติล้วนงามตา นามล้ำค่านครพิงค์ |
 |
|
|
| |
| |
| |
| |
|
| ข้อมูลจังหวัดเชียงใหม่ |
| ข้อมูลนำมาจากท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ วิกิพีเดีย (ข้อมูลปี 2550) |
จังหวัดเชียงใหม่ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของประเทศไทย เส้นรุ้งที่ 16 องศาเหนือ และเส้นแวงที่
99 องศาตะวันออก สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 138 กิโลเมตร ส่วนยาวจากทิศเหนือจรดทิศใต้
ประมาณ 320 กิโลเมตร ห่างจากกรุงเทพมหานครประมาณ 750 กิโลเมตรโดยทางรถไฟและทาง
รถยนต์ประมาณ 720 กิิโลเมตร ตามแนวทางหลวงแผ่นดินสายเหนือ |
| |
| ประวัติศาสตร์และความเป็นมา |
| The history and the background in chiangmai. |
เชียงใหม่มีประวัติความเป็นมาอันยาวนาน ในตำนานแรก ๆ ที่กล่าวถึงเชียงใหม่ อย่างตำนาน
พระธาตุในล้านนากล่าวถึง ลัวะ ว่าเป็นชนพื้นเมืองมาก่อนตำนานมูลศาสนาชินกาลมาลีปกรณ์และ
จามเทวีวงศ์ กล่าวเปรียบเทียบลัวะว่าเป็นคนเกิดในรอยเท้าสัตว์ ด้วยเหตุที่ ลัวะ ถือเอารูปสัตว์เป็น
สัญลักษณ์ ตำนานรุ่นหลังอย่างตำนานสุวรรณคำแดงหรือเสาอินทขิลได้เล่าว่า ลัวะได้เป็นผู้สร้าง
เวียงเจ็ดลิน เวียงสวนดอกและเวียงนพบุรี หรือเชียงใหม่ในปัจจุบัน ลัวะจึงน่าจะเป็นชนกลุ่มแรกที่
สร้างเมือง แต่ก่อนหน้านี้ก็คงจะมีมนุษย์อาศัยอยู่ที่นี่ก่อนแล้ว แต่ยังไม่เป็นเมืองเต็มรูปแบบ
ในขณะเดียวกันที่ลำพูนก็มีเมืองชื่อหริภุญไชย ตามตำนานการสร้างเมืองนั้นได้เล่าต่อๆกันว่า
พระนางจามเทวีวงศ์ธิดากษัตริย์เมืองละโว้เสด็จขึ้นครองหริภุณไชยใน พ.ศ.1310-1311 ครั้งนั้น
พระนางได้พาบริวารข้าราชบริพาร ที่เชียวชาญในศิลปวิทยาการต่างๆ ขึ้นมาด้วย หริภุญไชยจึงได้
รับเอาพุทธศาสนาและศิลปวัฒนธรรมของละโว้ มาใช้ในการพัฒนาจนเจริญเป็นแคว้นใหญ่จวบจน
ประมาณปี พ.ศ.1839 พญามังรายผู้สืบเชื้อสายมาจากปู่เจ้าลาวจกหรือลวจักราช เป็นกษัตริย์แห่ง
ราชวงศ์ลาว ครองเมืองเงินยาง ซึ่งได้แผ่อำนาจครอบคลุมลุ่มแม่น้ำกก และได้สร้างเวียงเชียงราย
ขึ้นเป็นกองบัญชาการซ่องสุมไพร่พล เพื่อยึดครองหริภุญไชย เป็นเมืองศูนย์กลางความเจริญและ
และเป็นชุมทางการค้า
พญามังรายได้เข้ายึดครองหริภุญไชยแล้วได้ประทับอยู่เพียง 2 ปี ก็ได้ทรงย้ายออกไปสร้าง
เวียงเชียงใหม่ใน พ.ศ.1839 โดยได้ร่วมกับพระสหายคือ พญางำเมือง และพ่อขุนรามคำแหง ได้
สถาปนา "นพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่" ขึ้นมา |
|
|